อบรมการบริหารธุรกิจอีคอมเมิรซ์ รุ่น 4/2553
การอบรมในรุ่นนี้ทำให้ผมรู้สึกสดใสขึ้นมานิดนึง สำหรับคนที่อายุเลยหลักสี่ไปแล้ว เพราะเด็กๆกลุ่มนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะนอกจากความมุ่งมั่นแล้ว บางคนยังได้ลงมือทำอีคอมเมิรซ์ไปแล้วครับ เรียกว่าผู้ใหญ่หลายๆรุ่นที่ผมสอนมาต้องดูเป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 9-10 กันยายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เปิดหลักสูตรอบรมอีคอมเมิรซ์ขั้นพื้นฐานให้กับเด็กๆ ที่มากันเป็นกลุ่ม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องกันและมาจากครอบครัวการค้าย่านสำเพ็ง นำทีมโดยพี่ใหญ่ไฟแรงคุณณัฐวุฒิ ที่พาน้องๆอีกห้าคนมาร่วมเรียนกันในชั้นเรียนนี้ บรรยากาศการเรียนเป็นไปอย่างสนุกสนาน เพราะเด็กวัยรุ่นช่างซักช่างถามกัน แต่ขอบอกว่ามีบางคนในกลุ่ม ที่เิริ่มต้นทำการค้าอีคอมเมิรซ์ไปแล้ว ขายได้เป็นเรื่องเป็นราวเลยละครับ เอาไว้ผมจะเอาบทสัมภาษณ์มาลงไว้ในเว็บให้อ่านกันต่อไปนะครับ
อบรมการสร้างร้านค้าออนไลน์ รุ่น 2/2553
ในชั้นเรียนนี้เป็นการอบรมการสร้างเว็บอีคอมเมิรซ์ สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการสร้างเว็บหรือการเขียนโปรแกรม โดยผู้เข้าอบรมจะได้ทำการฝึกฝนจากเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูป ที่สร้างขึ้นจากซอฟต์แวร์ Joomla 1.5 และคอมโพเน้นท์ Virtuemart ซึ่งง่ายต่อการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีพื้นฐา่นการเขียนเว็บหรือโปรแกรม รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 สำหรับปี พ.ศ.2553 ผู้เรียนในหลักสูตรนี้ ได้เคยผ่านการอบรมในหลักสูตร การบริหารธุรกิจอีคอมเมิรซ์ขั้นพื้นฐาน มาแล้ว
การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกอบรม โอเพิ่นซอร์สทูเดย์ การเดินหน้าโครงการสร้างแรงบันดาลใจคนไทยใช้ไอที ก็ดูจะราบรื่นดี ศิษย์กลุ่มนี้ก็อยู่ในโครงการนี้เช่นกัน และอาจจะมีบางคนที่ได้รับคัดเลือกให้มีเรื่องราวอยู่ในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มต่อไปของผมนะครับ
อบรมการบริหารธุรกิจอีคอมเมิรซ์ รุ่น 3/2553
ในหลักสูตรการอบรมนี้จะใช้วิธีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพราะจากประสบการณ์ที่อยู่ในวงการอีคอมเมิรซ์กว่า 10 ปี กุญแจความสำเร็จของการพัฒนาผู้ประกอบการอีคอมเมิรซ์ที่มีประสิทธิภาพ อยู่ที่การวางหลักพื้นฐานที่มั่นคง และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกคิดวางแผนการนำอีคอมเมิรซ์ไปใช้ในธุรกิจ ในระหว่างการอบรม 2 วัน เพราะหากให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนแต่ภาคทฤษฏีอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอ หรือให้เข้าสู่ขั้นตอนหัดทำเว็บอีคอมเมิรซ์ทันที ก็คงจะเร็วเกินไป ดังนั้นหลักสูตร "อีคอมเมิรซ์ขั้นพื้นฐาน" จึงถูกออกแบบให้ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้หลักการที่ถูกต้องและทันสมัย กับการปฏิบัติการวางแผนจริงและนำเสนอต่อกลุ่มผู้เข้าอบรม จึงเป็นวิธีที่ดีทีสุดสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้ธุรกิจอีคอมเมิรซ์อย่างแท้จริง
วันแรก ในวันนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งหมด 6 คน ซึ่งโดยปกติผมจะจำกัดไว้ไม่เกิด 8 คน ผมได้บรรยายถึงหลักทฤษฏีด้านอีคอมเมิรซ์ทั้งหมด ตั้งแต่ทำความรู้จักอีคอมเมิรซ์ในภาพรวม ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ประเภทของธุรกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค ลักษณะการตลาดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือต่าง เช่น การทำ E-CRM, SEM (Search Engine Marketing) การตลาดผ่านสังคมออนไลน์ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีอีคอมเมิรซ์ และเทคนิคการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับโปรแกรมค้นหาและจัดอันดับเว็บ (SEO - Search Engine Optimization) ก่อนจบการบรรยายผมได้ให้การบ้านกับผู้เข้าอบรมทุกคนให้ไปคิดวางแผนว่าจะนำเอาความรู้ที่เกี่ยวกับอีคอมเมิรซ์ที่ไ้ด้เรียนมาในวันนี้ไปใช้กับธุรกิจของตนเองได้อย่างไร และให้ทุกคนได้นำเสนอในวันรุ่งขึ้น
วันที่สอง ของการอบรมเป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่ง เพราะเราจะได้เห็นความสำเร็จจากวันแรก ผู้เข้าอบรมทุกคน ได้นำเอาความรู้ในวันแรกมาใช้ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าเพียงแค่วันเดียว อาจจะยังไม่สามารถเข้าใจหลักทฤษฏีอีคอมเมิรซ์ได้ทั้งหมด แต่ก็มากพอที่จะทำ้ให้ทุกคนได้มองเห็นภาพของการนำอีคอมเมิรซ์ไปใช้ในธุรกิจของตนได้อย่างชัดเจน ว่าจะนำไปใช้อย่างไร บางท่านก็นำไปใช้ทั้งหมด แต่บางท่านก็ใช้แค่ส่วนน้อย แต่ทั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า แต่ละท่านเริ่มเข้าใจการนำเอาอีคอมเมิรซ์ไปใช้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในความเป็นจริงนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องนำเอาอีคอมเมิรซ์ไปใช้กับธุรกิจทั้งหมด
การอบรมในรุ่นที่ 2 นี้ ผ่านไปอย่างน่าประทับใจ แต่ละท่านมาจากหลากหลายธุรกิจ ได้แก่ คุณอรทัย เตชะพลกุล พนักงานประจำบริษัทไอที คุณชลธิชา พระใจบุญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเว็บ บริษัทผู้ผลิตกรอบป้ายทะเบียนอัลลอยด์ ณภัค วรธิติพงศ์ เจ้าหน้าที่บริษัทไอที ชนินทร์ ทับทอง ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายอาหารปลาคราฟ เกรียงไกร จองเจตจรุงพร ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตรองเท้าสุขภาพ คุณภารณี วสุเสถียร เจ้าหน้าที่อาวุโสสถาบันโรคผิวหนัง กระทรวงสาธารณสุขหลังจากจบการอบรม ผมได้ทำการนัดหมายกับผู้เข้าอบรมในอีก 1 เดือนข้างหน้า ที่จะกลับมาพบกันเพื่อรายงานผลการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิรซ์ของแต่ละท่านในบรรยากาศจิบกาแฟยามบ่ายครับ
E-Magazine VOL.1
อ่านเรื่องราวการเดินทาง 12 ปี หลังการกลับมาของสตีฟ จอบส์ เพื่อพลิกฟื้นบริษัทที่มีหนี้กว่า 3000 ล้านบาท ให้มีกำไรใน 2 ปี และเพียง 4 ปี โค่นบันลังก์ซีอีโอ Nokia ด้วย iPhone
Media